Project R.1 Research

logo CELADON

        ศิลาดลเป็นเครื่องปั้นดินเผาที่ใช้ความร้อนสูง เคลือบด้วยขี้เถ้าไม้ผสมดินหน้านาทำให้เคลือบเป็นสีเขียวเหมือนหยก เป็นการเคลือบธรรมชาตไม่ใช้สารเคมี ศิลาดล ( celadon ) หรือเครื่องปั้นดินเผาสังคโลก หมายถึง เครื่องปั้นดินเผาที่เคลือบด้วยวัสดุธรรมชาติมีลักษณะเป็นเคลือบใสสีเขียวหยกมองทะลุเนื้อดินได้ ผิวเคลือบจะราน ( แตกลายงา crack ) สีเขียวที่เกิดขึ้นทำได้โดยการเิาไม้ก่อไม้รกฟ้ามาเผาเอาขี้เถ้า แล้วนำมาผสมกับดินหน้าผิวนาแล้วเผาเคลือบด้วยวิธี ลดออกซิเจน ( reducing ) เผาความร้อนสูงประมาณ 1,2060-1,300องศาเซลเซียส
        ศิลากลหรือสังคโลก มาจากคำภาษอังกฤษสันสกฤตคำว่า " ศิลา " แปลว่าหิน " ดล " แปลว่าเขียว รวมกันแปลว่าหินสีเขียวเป็นผลงานความพยายามของมนุษย์ที่จะเลียนแบบหยกในธรรมชาติ โดยที่หยกได้รับความนิยมว่าเป็๋นหินที่ได้รับความนิยมว่าเป็นหินธรรมชาติที่แข็งแกร่งสวยงาม และนำโชคลาภมาให้ " ศิลาดล"ทำขึ้นโดยวัสดุธรรมชาติล้วนๆไม่มีสารเคมีใด ๆ เจือปนจึงได้รับยกย่องว่ามีความปลอดภัยสุงจึงใช้เป็นภาชนะใส่อาหาร "ศิลาดล"มักตกแต่งให้สวยงามโดยการขูดแกะสลักเซาะร่องหรือกดประทับก่อนที่จะเคลือบ

        ขั้นตอนการผลิตเครื่องปั้นดินเผาประเภท "ศิลาดล"
การเตรียมดินโดยการย่อยบดให้ละเอียดแล้วนำมาร่อนเพื่อให้แน่ใจว่าดินที่ได้ เป็นดินที่มีคุณภาพจริง ๆ
นำดินที่ได้จากขั้นตอนที่หนึง ไปผสมน้ำล้าให้สะอาดไม่ให้มีเศษขี้เหล็กหรือวัตถุอื่นใดปะปนอยู่แล้วนำไปใส่ในเครื่องอัดดิน เพื่ออัดเอาน้ำในดินออกให้เหลือดินเป็นแผ่น ๆ
หลังจากผ่านเครื่องอัดดินแล้วจะต้องทิ้งไว้ในที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวกชั่วครู่เพื่อให้อินทรีย์สารในดินนั้นเกิดการรวมตัว
        นำดินที่ได้จากขั้นตอนที่ 3 มานวดเพื่อไล่ฟองอากาศ
นำดินที่ได้จากขั้นที่ 4 มาขึ้นรูปบนแป้นหมุน ( การปั้นเป็นภาชนะต่าง ๆ )
หลังจากขึ้นรูปเรียบร้อยแล้ว ต้องปล่อยให้ชิ้นงานนั้นแห้งตามธรรมชาติ
นำฃิ้นงานที่ได้นั้นมารแกะสลักตามที่เราต้องการ ( แกะเนื้อดิน )
นำชิ้นงานนั้นไปเผาในเตาเผา ซึ่งมีอุณหภูมิ ประมาณ 800 องศาเซลเซียสหรือที่เรียกว่า " บิสกิ๊ต"( BISCGUE FIRED )ซึ่ งสามารถโดนน้ำได้ ขั้นตอนนี้หลังจากเผาเสร็จจะต้องเฃ็ครอบร้าวหรือความลกพร่องต่าง ๆ
นำชิ้นงาน ( "บิสนกิ๊ต " ) ที่ผ่านการตรวจเช็คคุณภาพแล้วไปตกแต่งเขียนลายตามที่ต้องการก่อนนำไปเคลือลด้วยน้ำเคลือบที่มีส่วนผสม ของดินหน้านา และผสมกับขี้เถ้าไม้ก่อไม้รกฟ้า หลังจากนั้นจุ่มในน้ำเคลือบแล้วทิ้งไว้ให้แหงแล้วตกแต่งเครือบให้ละเอียด
นำไปเผาในเตาเผาซึ่งใฃ้อุณหภูมิประมาณ 1260-1300 องศาเซลเซียส
ลักษณะเด่นของ "ศิลาดล"
มีสีเขียวหยก เกิดจากการที่นำเอาไม้ก่อ ไม้รกฟ้า มาเผาเอาขี้เถ้า แล้วนำมาผสมกับดินหน้านาเป็ฯน้ำเคลือบแล้วเผาด้วยความร้อนสูง แล้วทิ้งให้เย็นตัวจะเกิดเป็นสีเขียว
มีรอยจราน หรือ แตกลายงา หรือ crack บนตัวเคลือนบ ซึ่งเกิดจากการหดตัวของเนื้อดินกับน้ำเคลือบเมื่อเย็นตัวลงซึ่งเป็นลักษณะเด่นเป็นหนึ่งของศิลากดล ทำให้ดูสวยงามยิ่งนัก
ศิลาดลเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำด้วยมือ ซึ่งขึ้นอยู่กับประสบการณ์ และความชำนาญของช่างแต่ละคนทำให้ดูเป็นสิ่งมีค่าเป็นที่น่าดึงดูดใจในตัวมันเอง
เผาด้วยความร้อนสูง ถึง 1260 - 1300 องศาเซลเซียส
ไม่มีสารเคมีเจือปนจึงได้รับการยกย่องในด้านความงามปลอดภัยสูงสุด ใช้เป็นภาชะใส่อาหาร
สามรถใช้ได้กับทั้งเป็นพวกตกแต่งบ้าน และใช้ในชีวิตประจำวันเช่น ชุดอาหาร และวัยสารมารใช้ในเตาอบไมโครเวฟได้ โดยไม่เป็นอันตรายต่อสูขภาพเพราะไม่มีสารเคมีใด ๆ อยู่ในกระบวนการผลิตเลย



1.วิสัยทัศน์ หรือเป้าหมายระยะยาว หรือสิ่งที่องค์กาใฝ่ฝันอยากเป็น
- ผลิตสินค้าที่มีความเป็นธรรมชาติ สวยงาม และคงทน

2.พันธกิจ หรือบริการที่องค์กรมีให้กับลูกค้าในขณะนี้
-เป็นผู้ผลิตภาชนะเครื่องเคลือบคุณภาพสูง
-มุ่งหวังที่จะมีลูกค้าระยะยาว
-ให้บริการลูกค่าทุกขนาด ไม่ว่าจะเล็ก ถึงขนาดใหญ่ (ไม่มีขั้นต่ำในการสั่งซื้อ)

3.บุคลิกภาพ ที่องค์กรเป็น
-ร่วมสมัย คือมีความเป็นตำนานแต่ดูทันสมัย
-บริหารแบบฝรั่ง บริการแบบเอเซีย แต่ดูแลพนักงานแบบครอบครัว

4.คุณลักษณะของสินค้า ตัวตน
-มีความเป็นแฮนด์เมด
-เน้นสีสันที่มีความเป็นธรรมชาติ
-พยายามเน้นรูปทรงที่มีความเป็นอาเซียนแบบ Zen และ แขก แต่ไม่โฉบเฉี่ยว
-ลูกค้าหลักคือโรงแรม ในตะวันออกกลาง จีน อินเดีย

R.1 Research








6 วิธีการออกแบบโลโก้ที่ดี พร้อมตัวอย่างประกอบ

โลโก้ของแบรนด์เป็นสิ่งสำคัญมากที่จะทำให้คนจำสินค้า จำธุรกิจเราได้ หรือถ้าทำออกมาไม่ดีเค้าก็อาจจะจำเราสับสนกับแบรนด์คู่แข่งไปเลยก็ได้ ซึ่งจากประสบการณ์ออกแบบโลโก้มาหลายปีของผู้เขียน เค้าก็สรุปมาเป็น 6 หลักการคิดเพื่อออกแบบโลโก้ออกมาให้ดี


1. อยากให้โลโก้ “สื่ออารมณ์” แบบไหน

ก่อนจะเริ่มเลือกสี เลือกรูปทรง เราต้องรู้ก่อนว่าอยากให้ออกมามีอารมณ์แบบไหน ซึ่งอารมณ์ที่เราเลือกก็ควรจะสอดคล้องกับหน้าตาของแบรนด์ที่เราต้องการด้วยครับ


ตัวอย่างเช่น โลโก้ของ Disney สื่อถึง “ความสนุก” และ “การมองโลกในแง่ดี” โดยตัวอักษรโค้งทำให้ดูสนุก และสอดคล้องกับแบรนด์ที่เป็นการ์ตูนน่ารัก ๆ สำหรับเด็กอีกด้วย ซึ่งถ้าเราเอาโลโก้แบบ Disney ไปใช้กับธุรกิจร้านขายของเท่ ๆ ก็คงไม่เหมาะ

นอกจากการดูรูปทรงแล้ว นักออกแบบโลโก้ควรศึกษาเรื่องการใช้สี และอารมณ์ของสีด้วย เช่น สีเขียว มีความหมายเกี่ยวกับการเติบโต สุขภาพ และธรรมชาติ นอกจากนั้นยังให้อารมณ์สดชื่น ผ่อนคลายอีกด้วย ในขณะที่ สีแดง สื่อถึงอันตราย และความกระตือรือร้น


การเลือก Font ให้สื่อถึงอารมณ์ก็สำคัญ ฟ้อนต์ Garamond, Helvetica, Comic Sans ต่างให้อารมณ์คนละแบบ ฟ้อนต์มีหาง (Serif) เช่น Garamond สื่อถึงความเคารพ ดั้งเดิม ซึ่งเหมาะกับเว็บไซต์ข่าว หรือมหาวิทยาลัยเก่าแก่ (แต่แอดมินรู้สึกว่าเว็บไซต์มหาวิทยาลัยในไทยส่วนใหญ่จะเน้นความ Modern มากกว่าความเก่าแก่ ใช้ฟ้อนต์ไม่มีหางเท่ ๆ กันหมด)

ส่วนฟ้อนต์แบบไม่มีหาง (Sans-serif) เช่น Helvetica จะให้ความรู้สึก Modern สะอาดตา เหมาะกับธุรกิจเทคโนโลยี หรือสื่อโฆษณา

ฟ้อนต์อีกแบบคือแนวน่ารัก ๆ ไม่เป็นทางการ (Casual) แบบ Comic Sans ซึ่งจะเหมาะกับธุรกิจการ์ตูน อนิเมชั่น หรือร้านขายของเล่น

บทความที่เกี่ยวข้อง: [Free Fonts Download] รวมแหล่งดาวน์โหลด ฟ้อนต์ฟรี แห่งปี !!!

ในการทำโลโก้ให้ออกมาดี เราต้องเข้าใจถึงเรื่องรูปทรง, สี, และตัวอักษร จึงจะทำให้โลโก้สื่ออารมณ์ที่เราต้องการได้

2. อยากให้โลโก้มี “ความหมาย” อย่างไร

โลโก้ที่ดีทุกโลโก้ล้วนมีความหมายอยู่เบื้องหลัง

โลโก้ที่ดีของแบรนด์ไม่ใช่แค่โลโก้ที่เอาชื่อแบรนด์มาจับคู่กับรูปทรงนั้น ๆ เฉย ๆ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมจึงไม่ควรเอาโลโก้สำเร็จรูปมาใช้กับธุรกิจเรา นักออกแบบโลโก้ต้องเข้าใจว่าแบรนด์ทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไร มีอัตลักษณ์อย่างไร มี Vision อย่างไร ถึงจะออกแบบมาเป็นโลโก้ที่ดีได้


ดูตัวอย่างจากโลโก้ของเว็บไซต์ชื่อดัง Amazon.com จะเห็นว่ามีลูกศรสีส้มชี้จากใต้ตัว A ไปถึงตัว Z เป็นการบ่งบอกว่า “Amazon มีทุกอย่างขาย ตั้งแต่ A ถึง Z” นอกจากนั้นลูกศรสีส้มยังโค้งเหมือนรอยยิ้ม สื่อถึงหน้าของลูกค้าที่จะยิ้มเมื่อได้รับสินค้าที่ถูกใจนั่นเอง

3. โลโก้ของเราจะมีอายุยืนยาวขนาดไหน

แน่นอนว่าคงไม่มีแบรนด์ไหนที่เปลี่ยนโลโก้ทุกปีเพื่อให้ลูกค้างงเล่น เพราะฉะนั้นนักออกแบบโลโก้ต้องคิดเสมอว่าในอีก 5 ปี, 10 ปี, 20 ปี โลโก้ของเราจะยังดูดีอยู่มั้ย

การเลือกดีไซน์โลโก้ตามเทรนด์ประจำปี หรือโทนสีประจำปีเป็นความคิดที่ไม่ดีครับ เพราะเทรนด์พวกนี้อยู่ไม่กี่ปีก็จะกลายเป็นของเก่าไป นอกจากนั้นเราจะพบว่ามีโลโก้หน้าตา โทนสีคล้าย ๆ เราเต็มไปหมดอีกด้วย

โลโก้ที่มีอายุยืนยาวมักจะเป็นโลโก้ที่เรียบง่าย และจดจำได้ง่าย ซึ่งอาจจะใช้ได้เป็น 10 – 20 ปีโดยที่ไม่ดูเก่าไปเลยด้วยซ้ำ

เทคนิคทดสอบว่าโลโก้เราจะมีอายุยืนยาวมั้ย ให้ทำเสร็จแล้วปล่อยทิ้งไว้สักระยะหนึ่งก่อนนำไปใช้จริงครับ ดูมันทุกวัน ๆ แล้วเรารู้สึกเบื่อมันมั้ย ถ้าเรารู้สึกเบื่อแปลว่าโลโก้ของเราคงมีอายุอยู่ได้ไม่นานครับ

ลองดูตัวอย่างจากโลโก้ของ Apple จะเห็นว่าถ้า Apple เลือกใช้โลโก้ที่ออกแบบในปี 1976 อันซ้ายสุด โลโก้คงตกยุคไปนานแล้วครับ แต่ Apple เลือกใช้อันกลาง ซึ่งมีความเรียบง่าย ทำให้สามารถใช้ต่อมาได้จนถึงทุกวันนี้โดยการเปลี่ยนเป็นสีเรียบเท่านั้นเอง

4. โลโก้ของเรามี “ลักษณะเฉพาะ” มั้ย? โลโก้จดจำง่ายมั้ย?

โลโก้ที่ดีต้องมีลักษณะเฉพาะ ไม่เหมือนใคร และจดจำได้ง่าย ลูกค้าควรจะจดจำรูปทรงโลโก้ของเราได้ตั้งแต่แรกเห็น วิธีการทดสอบง่าย ๆ ว่าโลโก้ของเราจดจำง่ายหรือยาก คือ ให้ลองเอาโลโก้ไปให้เพื่อนของคุณดู เสร็จแล้วอีก 1 สัปดาห์กลับมาถามเพื่อนว่าโลโก้ที่เคยให้ดูมีลักษณะเป็นยังไง คนที่ไม่เคยเห็นโลโก้มาก่อนจะช่วยบอกได้ว่าโลโก้เรามีส่วนไหนที่จดจำง่าย

โลโก้ที่คล้ายกับโลโก้อื่นอาจทำให้คนสับสน และจำแบรนด์เราสลับกับแบรนด์ของคนอื่นได้
ลองดูตัวอย่างจากโลโก้ของ Apple จะเห็นว่าถ้า Apple เลือกใช้โลโก้ที่ออกแบบในปี 1976 อันซ้ายสุด โลโก้คงตกยุคไปนานแล้วครับ แต่ Apple เลือกใช้อันกลาง ซึ่งมีความเรียบง่าย ทำให้สามารถใช้ต่อมาได้จนถึงทุกวันนี้โดยการเปลี่ยนเป็นสีเรียบเท่านั้นเอง
4. โลโก้ของเรามี “ลักษณะเฉพาะ” มั้ย? โลโก้จดจำง่ายมั้ย?

โลโก้ที่ดีต้องมีลักษณะเฉพาะ ไม่เหมือนใคร และจดจำได้ง่าย ลูกค้าควรจะจดจำรูปทรงโลโก้ของเราได้ตั้งแต่แรกเห็น วิธีการทดสอบง่าย ๆ ว่าโลโก้ของเราจดจำง่ายหรือยาก คือ ให้ลองเอาโลโก้ไปให้เพื่อนของคุณดู เสร็จแล้วอีก 1 สัปดาห์กลับมาถามเพื่อนว่าโลโก้ที่เคยให้ดูมีลักษณะเป็นยังไง คนที่ไม่เคยเห็นโลโก้มาก่อนจะช่วยบอกได้ว่าโลโก้เรามีส่วนไหนที่จดจำง่าย

โลโก้ที่คล้ายกับโลโก้อื่นอาจทำให้คนสับสน และจำแบรนด์เราสลับกับแบรนด์ของคนอื่นได้

ด้านซ้ายของรูป คือ โลโก้ของ Path แอพ Social Network ที่ดังตอนแรก ๆ ส่วนด้านขวา คือ โลโก้ของ Pinterest บริการปักหมุดรูปภาพออนไลน์ชื่อดัง จะเห็นว่า 2 โลโก้นี้มีความคล้ายกันมาก ซึ่งทำให้ผู้ใช้จำผิดได้ง่าย ๆ เลยครับ

5. โลโก้ยังดูออกมั้ยตอนเป็นสีขาว – ดำ

ปกตินักออกแบบโลโก้หลาย ๆ คนจะเริ่มออกแบบจากสีขาว – ดำก่อนครับ ซึ่งการทำแบบนี้จะช่วยให้เรามั่นใจได้ว่าโลโก้ที่ออกมาจะมีรูปทรงที่จดจำได้ง่าย โดยไม่ต้องพึ่งพาสีของโลโก้ โลโก้ที่ดี คือ โลโก้ที่ลูกค้าบอกได้ว่าเป็นแบรนด์อะไร เพียงแค่เห็นรูปทรง

โลโก้ของเราจะถูกนำไปใช้ในสื่อหลากหลายรูปแบบ ซึ่งมีทั้งสื่อขาว-ดำ และสื่อที่มีสีครับ เพราะฉะนั้นการทำให้โลโก้ขาว – ดำมีจุดให้จดจำเพียงพอนั้นสำคัญมาก
จะเห็นได้ว่าโลโก้ของ National Geographic ถ้าเป็นสีขาว – ดำแบบด้านซ้ายจะเหลือแต่สีเหลี่ยมสีดำ ซึ่งดูออกยากมากครับว่าเป็นแบรนด์อะไร แต่ถ้าใส่สีเหลืองเข้ามาก็จะรู้เลยว่าเป็นโลโก้ National Geographic

6. โลโก้ถ้าใช้แบบย่อเล็ก ๆ จะดูออกมั้ย

(แอดมิน: จากที่ทำงานในบริษัทเน้นด้าน Printing ข้อนี้สำคัญมากครับ กาดอกจันทร์ 10 ดอก) บางครั้งโลโก้ก็ถูกนำไปย่อเล็กในสื่อต่าง ๆ ซึ่งถ้าออกแบบโลโก้มาไม่ดี อาจทำให้กลายเป็นก้อนอะไรไม่รู้ก็เป็นได้ครับ 

จากรูปด้านบนจะเห็นได้ชัดเลยครับว่าโลโก้ Nike, McDonald, Twitter, และ WWF ดูออกง่ายมากในขนาดเล็ก แต่ถ้าเป็นโลโก้ GE หรือ Starbucks เราดูแทบไม่ออกเลยว่าเป็นโลโก้แบรนด์อะไร

หลักการคิดทั้ง 6 ข้อที่กล่าวมาไม่ได้เป็นกฏตายตัวนะครับ แต่เป็นแนวทางที่ทำให้ออกแบบโลโก้ที่ดีได้ง่ายขึ้น ซึ่งบางครั้งอาจจะไม่ต้องตรงตามวิธีในนี้เป๊ะ ๆ ก็เป็นโลโก้ที่ดีได้เช่นกัน แต่เราก็จะรู้ด้วยตัวเองว่าถ้าทำแบบไหนจะมีข้อดีข้อเสียอย่างไร

ก่อนออกแบบโลโก้ทุกครั้ง ลองถามคำถาม 6 ข้อนี้กับตัวเองดูครับ อาจจะทำให้โลโก้ของเราเป็นโลโก้ที่ดีมากขึ้นก็ได้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น